รับทำseoราคาถูก, รับโปรโมทเว็บไซต์, รับดันอันดับเว็บไซต์, รับทำเว็บไซต์, ออกแบบเว็บไซต์ราคาถูก, รับประกันติดgoogle
รับทำSEOราคาถูก รับโปรโมทเว็บราคาถูก รับโพสเว็บราคาถูก รับจ้างโฆษณาสินค้าราคาถูก

รับทำseoราคาถูก, รับดันอันดับเว็บ, รับโปรโมทเว็บราคาถูก บ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป บ้านผลบอล, บอลวันนี้, วิเคราะห์บอล, ทีเด็ดบอล ขาย krilloil, ขายโอเมก้า3 รับผลิตกลูต้า, รับผลิตอาหารเสริม รักษาข้อเข่าเสื่อม แบบไม่ต้องผ่าตัด, Proionic Knee Joint Rejuvenation

ไทรเกาหลี, ขายต้นไทรเกาหลี รถเช่ากรุงเทพ, เช่ารถกรุงเทพ บ้านน็อคดาวน์, ขายบ้านน็อคดาวน์, รับออกแบบบ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป รับจ้างโพสต์เว็บ รับโพสเว็บ โปรโมทเว็บ โฆษณาสินค้า ราคาถูก บ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป ตอกเสาเข็ม, ขายเสาเข็ม, ขายแผ่นพื้น, ปั้นจั่น, รับผลิตเสาเข็ม

ไนโตรเจนเหลว รับผลิตลิปสติก, รับผลิตสบู่ รับติดป้ายแบนเนอร์ ป้ายโฆษณา เตียงเหล็ก รับติดป้ายแบนเนอร์ ป้ายโฆษณา

ยาดม รับทำรั้ว แพแอร์กาญจนบุรี รับติดป้ายแบนเนอร์ ป้ายโฆษณา  รับทาสี รับติดป้ายแบนเนอร์ ป้ายโฆษณา

ผู้เขียน หัวข้อ: "ขายของ"โดย"ไม่มีหลักฐาน"เป็นเอกสารฟ้องคดีต่อศาลได้หรือไม่  (อ่าน 6 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

saibennn9

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 20
    • ดูรายละเอียด
    • ทนายความเชียงใหม่
รับทำSEOราคาถูก รับโปรโมทเว็บราคาถูก รับโพสเว็บราคาถูก รับจ้างโฆษณาสินค้าราคาถูก

Permalink: "ขายของ"โดย"ไม่มีหลักฐาน"เป็นเอกสารฟ้องคดีต่อศาลได้หรือไม่
           วันนี้ ทนายจังหวัดเชียงใหม่ จะได้พรีเซนเทชั่น การซื้อขายสินค้าไม่มีหลักฐาน แม้กระนั้นฟ้องร้องคดีได้สำหรับในการซื้อขายผลิตภัณฑ์นั้น สินค้าที่จะพรีเซ็นท์ในวันนี้เป็นชนิด สังหาริมทรัพย์ โดยธรรมดาแล้ว พวกเราจะการค้าขายสินค้ากับลูกค้าโดยได้มีการส่งมอบสินค้าแล้วเรียกเก็บเงินจากลูกค้า แม้กระนั้นปรากฏว่า ลูกค้าไม่จ่ายเงินให้แก่คุณทำให้ท่านได้รับความเสียหายตามราคาสินค้านั้นๆเนื่องจากบางคนบางทีก็อาจจะกู้หนี้ยืมสินธนาคารมาเพื่อประกอบกิจการ ปรารถนาเงินหมุนเวียน แต่ว่าเงินดังที่ได้กล่าวมาแล้วจำนวนหนึ่งกลับมาติดอยู่ที่ ลูกค้า ก็เลยมีปัญหาอีกว่า ท่านมิได้ทำข้อตกลงซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า หรือผลิใบเสร็จให้แก่ลูกค้า หรือ ใบส่งมอบสินค้าให้แก่ลูกค้า หรือเรียกเงินมัดจำ ทำให้ท่านมิได้รับการชำระเงินค่าผลิตภัณฑ์จากลูกค่าของท่าน แต่ท่านรู้หรือเปล่าว่า การที่ท่านได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้าของท่าน ก็สามารถเอามาเป็นหลักฐานในการฟ้องร้องได้ โดยมีประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 ข้อบังคับว่า
                 มาตรา 456  การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ วิธีนี้ให้ใช้ถึงซื้อขายเรือมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป ทั้งซื้อขายแพและสัตว์พาหนะด้วย   
                สัญญาจะขายหรือจะซื้อ หรือคำมั่นในการซื้อขายทรัพย์สินตามที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่ง ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดเป็นสำคัญ หรือได้วางประจำไว้ หรือได้ชำระหนี้บางส่วนแล้ว จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่               
                บทบัญญัติที่กล่าวมาในวรรคก่อนนี้ ให้ใช้บังคับถึงสัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ซึ่งตกลงกันเป็นราคาสองหมื่นบาท หรือกว่านั้นขึ้นไปด้วย
                 ซึ่งเคยมีกรณีว่า มีเกษตรกรขายอ้อยให้แก่นายทุน ปริมาณหนึ่ง แต่มิได้รับจ่ายเงินค่าอ้อยทำให้ชาวไร่นั้นได้รับความเสียหายก็เลยอยากได้ฟ้องคดี จึงมีปัญหาว่า เกษตรกรสามารถฟ้องศาลได้ไหม ศาลได้ตัดสินว่า การที่ได้มีการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้แก่จำเลยแล้ว โจทก์ยอมมีสิทธิที่จะฟ้องจำเลยได้  เพราะเหตุว่ามีหลักฐานเป็นการจ่ายหนี้เล็กน้อยแล้ว โดยเป็นคำพิพากษาคดีดังต่อไปนี้
                คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7735/2555           
                ป.พ.พ. มาตรา 456 วรรคสองและวรรคสาม นอกจะบัญญัติให้การซื้อขายสังหาริมทรัพย์ซึ่งตกลงกันเป็นราคาสองหมื่นบาทหรือกว่านั้นขึ้นไป ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดเป็นสำคัญ จึงจะฟ้องร้องให้บังคับคดีกันได้แล้ว ยังได้บัญญัติอีกว่า "...หรือได้วางประจำไว้ หรือได้ชำระหนี้บางส่วนแล้ว..." ก็ย่อมฟ้องร้องให้บังคับคดีได้เช่นกัน คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความว่า ในการซื้อขายต้นอ้อย โจทก์และจำเลยไม่ได้ทำหนังสือสัญญาซื้อขายหรือมีหลักฐานการซื้อขายเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อฝ่ายโจทก์หรือจำเลยผู้ต้องรับผิดไว้เป็นสำคัญ แต่ในวันที่ตกลงซื้อขายกัน โจทก์ได้ส่งมอบกรรมสิทธิ์ต้นอ้อยให้แก่จำเลยและจำเลยเข้าไปตัดต้นอ้อยของโจทก์ไปขายให้แก่โรงงานน้ำตาล อันถือได้ว่าโจทก์ชำระหนี้ตามสัญญาซื้อขายคือส่งมอบต้นอ้อยให้จำเลยแล้ว โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับให้จำเลยชำระราคาต้นอ้อยได้ตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว
                  โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 115,195 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 112,500 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
                  จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง
                   ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 112,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับถัดจากวันที่ 31 มีนาคม ๒๕๕๓ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ทั้งนี้ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 2,695 บาท ตามที่โจทก์ขอ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท
                   ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน
                   ศาลฎีกาพิพากษายืน

                   https://web.facebook.com/nopnapatlawyer/
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทนายความเชียงใหม่

เครดิตบทความจาก : https://www.xn--42cgi4cjab1btnchd1exbza5gvad6dvnqc6f.com/

Tags :  ที่ปรึกษาทางกฎหมาย