รับทำseoราคาถูก, รับโปรโมทเว็บไซต์, รับดันอันดับเว็บไซต์, รับทำเว็บไซต์, ออกแบบเว็บไซต์ราคาถูก, รับประกันติดgoogle
รับทำSEOราคาถูก รับโปรโมทเว็บราคาถูก รับโพสเว็บราคาถูก รับจ้างโฆษณาสินค้าราคาถูก

รับทำseoราคาถูก, รับดันอันดับเว็บ, รับโปรโมทเว็บราคาถูก บ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป บ้านผลบอล, บอลวันนี้, วิเคราะห์บอล, ทีเด็ดบอล ขาย krilloil, ขายโอเมก้า3 รับผลิตกลูต้า, รับผลิตอาหารเสริม รักษาข้อเข่าเสื่อม แบบไม่ต้องผ่าตัด, Proionic Knee Joint Rejuvenation

ไทรเกาหลี, ขายต้นไทรเกาหลี รถเช่ากรุงเทพ, เช่ารถกรุงเทพ บ้านน็อคดาวน์, ขายบ้านน็อคดาวน์, รับออกแบบบ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป รับจ้างโพสต์เว็บ รับโพสเว็บ โปรโมทเว็บ โฆษณาสินค้า ราคาถูก บ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป ตอกเสาเข็ม, ขายเสาเข็ม, ขายแผ่นพื้น, ปั้นจั่น, รับผลิตเสาเข็ม

ไนโตรเจนเหลว รับผลิตลิปสติก, รับผลิตสบู่ รับติดป้ายแบนเนอร์ ป้ายโฆษณา เตียงเหล็ก รับติดป้ายแบนเนอร์ ป้ายโฆษณา

ยาดม รับทำรั้ว แพแอร์กาญจนบุรี รับติดป้ายแบนเนอร์ ป้ายโฆษณา  รับทาสี รับติดป้ายแบนเนอร์ ป้ายโฆษณา

ผู้เขียน หัวข้อ: สารอาหารที่เด็กวัยอนุบาล ( 3-6 ปี) ควรได้รับต่อ 1 วัน  (อ่าน 88 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

monapan478

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 611
    • ดูรายละเอียด
รับทำSEOราคาถูก รับโปรโมทเว็บราคาถูก รับโพสเว็บราคาถูก รับจ้างโฆษณาสินค้าราคาถูก

Permalink: สารอาหารที่เด็กวัยอนุบาล ( 3-6 ปี) ควรได้รับต่อ 1 วัน
สารอาหารที่เด็กวัยอนุบาล ( 3-6 ปี) ควรได้รับต่อ 1 วัน




เด็กในวัยอนุบาลเป็นวัยที่ร่างการต้องการพัฒนาใน3 ด้านนี้

1) พัฒนาการด้านร่างกายของเด็กวัยอนุบาล (อายุ 3-6 ขวบ)
จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วการเลี้ยงดูในช่วงวัยนี้จึงมีผลต่อคุณภาพของการเจริญเติบโต ความแข็งแรงของร่างกาย การเคลื่อนไหวและการทรงตัว หากผู้ใหญ่ที่ดูแลเด็กมีความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการและให้การเลี้ยงดูที่เหมาะสม เด็กจะสามารถพัฒนาความสามารถของตนได้อย่างเต็มที่ เต็มศักยภาพ ครอบครัวมีความสำคัญยิ่งต่อการเจริญเติบโตของเด็กปฐมวัย หากลูกน้อยเติบโตในครอบครัวที่มีการเลี้ยงดูอย่างเหมาะสม พ่อแม่มีปฏิสัมพันธ์ ร่วมกิจกรรมต่างๆกับลูก บุคคลในครอบครัวมีการดำเนินชีวิตที่เป็นสุข มีการจัดเวลา จัดสถานที่ให้ลูกเคลื่อนไหว ออกกำลังกาย และเล่นอย่างปลอดภัย ลูกจะมีสุขภาพที่แข็งแรง เติบโตสมวัย มีอารมณ์เบิกบานแจ่มใส จะทำให้ลูกเกิดการพัฒนาอย่างเต็มที่และดีที่สุดในทุกด้าน เพราะการที่ลูกได้ออกกำลังกาย ได้เล่นกีฬาฝึกว่ายน้ำ หัดถีบจักรยาน วิ่งเล่น กระโดดโลดเต้น ฯลฯ ที่เหมาะสมกับความสามารถและทักษะของลูก จะทำให้ลูกมีสุขภาพแข็งแรง กระปรี้กระเปร่า ได้บริหารปอด หัวใจ กล้ามเนื้อ และข้อต่างๆ ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันโรค นอนหลับสบาย ขับถ่ายดี ผ่อนคลายความเครียด จิตใจแจ่มใส สร้างความเชื่อมั่นในตนเอง


 
2) พัฒนาการด้านอารมณ์
จิตใจของเด็กวัยอนุบาลเปรียบเสมือนฟองน้ำที่พร้อมจะซึมซับทุกสิ่งผ่านเข้ามาและเก็บสะสมข้อมูลที่ได้รับอยู่ตลอดเวลา หากเด็กได้รับการเลี้ยงดูแนะนำที่ถูกต้องเหมาะสม จะทำให้เด็กมีพัฒนาการด้านอารมณ์ที่ดี เด็กจะยอมรับนับถือตนเอง ได้ รับการยอมรับจากผู้อื่น และเด็กก็จะมีความสุขมีกำลังใจ มีแรงจูงใจในการทำงานตามที่มุ่งหวัง และสามารถมีกระบวนการคิดแก้ปัญหาความขัดแย้งได้ดี ทำให้ประสบความสำเร็จ ถ้าเด็กไม่สามารถทำได้ตามขั้นตอนพัฒนาการ เด็กจะรู้สึกเป็นปมด้อย และจะทำงานในขั้นตอนพัฒนาการที่สูงขึ้นได้ยาก วัยอนุบาลเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดช่วงหนึ่งเพราะเป็นช่วง เวลาที่เด็กเรียนรู้เรื่องต่างๆมากที่สุดในชีวิต เด็กจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่เช่นไรในอนาคต ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูในช่วงนี้ เป็นช่วงที่หล่อหลอมลักษณะพิเศษของแต่ละคน หรือที่เราเรียกว่า “บุคลิกภาพ” ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้ยากเมื่อเติบโตขึ้น ทั้งนี้เพราะเด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็กๆ เด็กคือเด็ก ที่มีความรู้สึก มีความคิดเห็นของตัวเอง แต่จะถูกหรือผิดขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ที่จะช่วยอบรมสั่งสอน นำพาเข้าสู่เส้นทางที่ถูกที่ควร เด็กจึงจะเจริญเติบโตเป็นเด็กที่เป็นคนดี มีความสุข และมีความสมดุลในชีวิต ดังนั้น การพัฒนาจึงเริ่มต้นขึ้นที่บ้าน ถ้าพ่อแม่พัฒนาลูกในทุกกิจกรรม ลูกจะมีความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมที่ถูกต้อง รู้จักกินเป็น ดูเป็น ฟังเป็น บริโภคเป็น มีจิตใจที่ดีงาม มีการแสดงออกทางอารมณ์ที่เหมาะสม พร้อมที่จะออกสู่สังคมนอกบ้านต่อไป เพราะเด็กวัยอนุบาลจะเก็บสะสมข้อมูลที่ได้รับผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 อยู่ตลอดเวลา ดังนั้นหากเด็กได้รับการเลี้ยงดูแนะ นำที่ถูกต้องเหมาะสม จะทำให้เด็กมีพัฒนาการทางอารมณ์และจิตใจดี เด็กจะยอมรับนับถือตนเอง ได้รับการยอมรับจากผู้อื่น และเด็กก็จะมีความสุขตามมา เมื่อเด็กมีความสุข เด็กจะมีกำลังใจ มีแรงจูงใจในการทำงานตามที่มุ่งหวัง และสามารถทนต่อความขัดแย้งได้ดี ทำให้ประสบความสำเร็จ ถ้าเด็กไม่สามารถทำได้ตามขั้นตอนพัฒนาการ เด็กจะรู้สึกเป็นปมด้อย และจะทำงานในขั้นตอนพัฒนาการที่สูงขึ้นได้ยาก



3) พัฒนาการด้านสติปัญญา
เด็กวัยอนุบาล(3-6 ขวบ)เป็นวัยที่มีลักษณะเฉพาะของพัฒนาการทางสติปัญญา คือ เป็นวัยที่สามารถใช้สัญลักษณ์แทนสิ่ง ของ วัตถุ และสถานที่ได้ เริ่มมีทักษะในการใช้ภาษาที่จะอธิบายสิ่งต่างๆ มีความคิดคำนึง มีความตั้งใจทีละเรื่อง และยังไม่สามารถจะพิจารณาหลายๆเรื่องรวมกันได้ นอกจากนี้เด็กวัยนี้ยังไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับความคงตัวของสสาร พัฒนาการทางด้านสติปัญญา เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความคิดและความเข้าใจของเด็ก เป็นสิ่งที่สามารถพัฒนาให้ประสบความสำเร็จในอนาคตได้ ด้วยการที่พ่อแม่ไม่ปิดกั้นหนทางในการสร้างสรรค์ของเด็ก แต่ครอบครัวหรือผู้ใหญ่รอบตัวจะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะสร้างแรงจูงใจให้เด็กมีความใฝ่รู้ ได้แสดงความสามารถ กล้าแสดงความคิดเห็น โดยปลูกฝังให้เด็กเป็นคนรู้จักคิด ฝึกให้สังเกตสิ่งรอบตัว ให้ความสนใจในสิ่งที่เด็กทำ ให้เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้จากการลองผิดลองถูกในเรื่องต่างๆ ให้เด็กได้ฝึกคิดแก้ปัญหาต่างๆด้วยตัวเอง ทั้งนี้โดยอยู่บนพื้นฐานของการใช้เหตุผลและความถูกต้องเหมาะสม



พัฒนาการด้านสติปัญญาแบ่งออกเป็น6 ส่วน ดังนี้



1.การคิดหมายถึงการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ด้วยการมอง ฟัง สัมผัส ชิมรสและดมกลิ่น การคิดเชื่อมโยงความสัมพันธ์สิ่งของต่างๆ การคิดสร้างสรรค์และการคิดแก้ปัญหา


2.การใช้ภาษาในการสื่อสารด้วยการฟังการพูด การอ่าน การเขียน


3.การสังเกต การจำแนกและการเปรียบเทียบได้แก่ การจำแนกเปรียบเทียบความเหมือน-ความต่าง การจัดหมวดหมู่สิ่ง ของและการเรียงลำดับสิ่งต่างๆ


4.จำนวนทั้งการนับจำนวนและการรู้ค่าของจำนวน


5.มิติสัมพันธ์คือการเข้าใจและการอธิบายในเรื่องพื้นที่ ตำแหน่ง ระยะทาง ทิศทาง


6.เวลาใช้ในการเปรียบเทียบเวลาต่างๆเรียงลำดับเหตุการณ์ และความเข้าใจเกี่ยวกับฤดูกาล


ในฐานะของการเป็นคุณพ่อคุณแม่ จะต้องเข้าใจในการพัฒนาของลูกน้อยในแต่ละช่วงวัยนั้นเป็นสิ่งสำคัญ
เพราะคุณพ่อคุณแม่ ครอบครัว คือส่วนสำคัญอันดับแรกที่จะช่วยให้ลูกๆ บุตรหลานของท่าน
พัฒนาไปตามวัยในแต่ละด้านอย่างสมบูรณ์ที่สุด
เพื่อพร้อมที่จะพัฒนาไปสู่ในขั้นตอนของการพัฒนาการในขั้นสูงของลูกๆต่อไป



การได้รับสารอาหารและวิตามิน ก็เป็นสิ่งสำคัญที่คุณพ่อ คุณแม่ต้องเลือกสรรให้กับลูกๆของท่าน
ให้ลูกๆได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วน
และได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อช่วงวันที่ต้องพัฒนาทั่งทางด้านร่างกาย อารมณ์
และสติปัญญา
คุณพ่อคุณแม่ทุกท่านคงไม่อยากให้ลูกๆของท่าน ตัวเล็ก ได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน หรือ
คงไม่อยากให้ลูกๆของท่านไม่ทานอาหารที่เป็นประโยชน์ ไม่ได้รับสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่
การได้รับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินที่มีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายก็เป็น ทางเลือกที่คุณพ่อ คุณแม่
เลือกสรรสิ่งดีๆให้ลูกๆของท่าน
ความต้องการสารอาหารในวัยเด็กอนุบาล


  • 1. พลังงานเด็กวัยก่อนเรียนต้องการพลังงานเพื่อการเจริญเติบโตและทำกิจกรรมต่างๆ ปัญหาที่พบบ่อยคือ
    ได้รับอาหารที่ให้พลังงานไม่เพียงพอ ควรให้เด็กวัยนี้กินอาหารอย่างเพียงพอ
    เด็กอายุช่วง 4-6 ปี ควรได้วันละ 1,450 กิโลแคลอรี่ พลังงานที่ได้รับนี้
    ควรมาจากคาร์โบไฮเดรตร้อยละ 50-60ไขมันร้อยละ 25-35 และโปรตีนร้อยละ 10-15
    ของพลังงานทั้งหมด
    การคำนวณความต้องการพลังงานเด็กวัยก่อนเรียนอาจทำได้ดังนี้ เด็กอายุหนึ่งปีเต็ม ต้องการพลังงาน 1000 กิโลแคลอรี่ เมื่ออายุ 1
    ปีให้บวก 100 แคลอรี่ต่อปีเช่น เด็กอายุ 4 ปี จะต้องการพลังงาน =1000 + 300 = 1300 กิโลแคลอรี่
  • 2. โปรตีน ความต้องการโปรตีนเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัวในเด็กสูงกว่าวัยผู้ใหญ่ในเด็กอายุ 4-6 ปีต้องการโปรตีน 1.5 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน
  • 3. วิตามินและเกลือแร่ มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กถ้าขาดก็จะทำให้เกิดโรคต่างๆได้ เด็กวัยนี้เป็นถ้าได้รับนม 2-3 ถ้วย
    ก็จะทำให้ได้รับแคลเซียมและฟอสฟอรัสเพียงพอต่อการสร้างกระดูกและฟัน
    นอกจากนี้ยังได้วิตามินอื่นๆอีก ได้แก่ วิตามินเอ ดี บีสิบสอง บีหนึ่ง
    และไนอะซินด้วย
  • 4. เหล็กเด็กอายุ 1-6 ปี ควรได้รับเหล็ก 10 มก.ต่อวัน
    การให้อาหารเสริมที่มีธาตุเหล็กจึงจำเป็น อาหารที่มีธาตุเหล็กมาก ได้แก่ ไข่
    เนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ ถั่วเมล็ดแห้งและผักใบเขียว
  • 5. แคลเซียมเด็กวัยนี้จำเป็นต้องได้รับแคลเซียมในปริมาตรที่เพียงพอในการเจริญเติบโต
    เด็กวัยนี้จำเป็นต้องได้รับแคลเซียมมากกว่าวัยผู้ใหญ่ 2-3 เท่า
    อาหารที่มีแคลเซียมสูงสำหรับเด็กวัยนี้ ได้แก่ นมและผลิตภัณฑ์จากนม แคลเซียมในนมนั้นร่างกายสามารถดูดซึมได้มากกว่าแคลเซียมในอาหารอื่น
  • 6. สังกะสี มีความจำเป็นในการเจริญเติบโตการขาดสังกะสีจะมีผลให้เกิดการเจริญเติบโตล้มเหลว ความอยากอาหารลดลง
    เด็กวันนี้ควรได้รับสังกะสี 10 มก. ต่อวัน อาหารทีมีสังกะสีได้แก่
    เนื้อสัตว์และอาหารทะเล
  • 7. น้ำ เด็กต้องการน้ำ 4-6 แก้วต่อวัน หรือ 1000-1500 มล.

ถ้าเด็กๆได้รับอาหารพวกนม ข้าว เนื้อสัตว์ ปลาอาหารทะเล ถั่ว ผัก และผลไม้ครบแล้ว ก็จะทำให้ได้พลังงาน เกลือแร่
และวิตามินครบตรงตามความต้องการของร่างกาย




สารอาหารที่ร่างการต้องการในช่วงวัยอนุบาลจากงานวิจัย ประกอบด้วย
- Omega-3น้ำมันปลา ให้ DHA สูง ช่วยบำรุงสมอง
โดยเฉพาะน้ำมันปลาเป็นน้ำมันที่สกัดจากส่วนของเนื้อ หนัง หัว
และหางของปลาทะเลน้ำลึกโดยเฉพาะปลาในเขตหนาว ในน้ำมันปลามีกรดไขมันหลายชนิด
ซึ่งประกอบด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated fatty acid = PUFA) น้ำมันปลาไม่ใช่น้ำมันตับปลาน้ำมันปลาเป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย ได้จากการรับประทานปลา
เพราะร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ปลาที่มีกรดไขมัน omega3สูงได้แก่ปลา mackerel, tuna, salmon, sturgeon, mullet, bluefish,anchovy, sardines, herring, trout, และ menhaden พบว่าปลาที่จับได้ในธรรมชาติจะมีปริมาณกรดไขมันในกลุ่มโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 ในสัดส่วนที่เหมาะสม
- Lysineสูง กระตุ้นความอยากอาหาร ช่วยเจริญอาหาร
Lysine (ไลซีน) เป็นกรดอะมิโนจำเป็น (essential amino acid) ที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นเองได้จึงต้องได้รับจากการรับประทานอาหารการศึกษาที่พบว่า lysine มีส่วนช่วยในด้านการเจริญเติบโตของเด็กโดยเป็นการศึกษาถึงการเสริม Lysine ในอาหารเพื่อดูการเจริญเติบโตของเด็กก่อนวัยเรียนกลุ่มทดลองที่ได้รับ lysine มากกว่า จะมีความสูงเพิ่มมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติส่วนด้านน้ำหนักไม่พบว่าให้ผลไม่ต่างกัน

- L-Glutamineเป็นส่วนช่วยสร้าง Growth Hormoneช่วยการเจริญเติบโตของร่ายกาย
Glutamineเป็นกรดอะมิโนที่จำเป็น (Essential Amino Acids) และเป็นกรดอะมิโนที่มีมากที่สุดในร่างกาย โดยมากกว่า 60% ของ Glutamine จะอยู่ในเซลล์กล้ามเนื้อ (SkelatonMuscle) ดังนั้น Glutamineจึงเป็นกรดอะมิโนที่เป็นโครงสร้างหลักของโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบหลัก ของเซลล์กล้ามเนื้อ L-Glutamine ทำหน้าที่เป็นกรดอะมิโนที่ไปกระตุ้นให้มีการหลั่งฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต (Growth Hormone) ซึ่งจะไปกระตุ้นให้ร่างกายมีการสังเคราะห์โปรตีนเพื่อเสริมสร้างเซลล์กล้ามเนื้อและช่วยซ่อมแซมเซลล์กล้ามเนื้อ ที่สึกหรอ
ช่วยให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโต
มีส่วนช่วยเรื่องความสูง

-MTV วิตามินรวม ช่วยบำรุงร่ายกาย
  • วิตามินบี3 (Nicotinamide 20 mg) ช่วยบำรุงสมองและประสาทรักษาสุขภาพของผิวหนัง
  • วิตามินอี (D-alpha Tocopheryl Acid Succinate 6.43 mg) สารต้านอนุมูลอิสระช่วยบำรุงสมองและประสาท รักษาสุขภาพของผิวหนัง
  • วิตามินเอ (Vitamin A Acetate 4 mg) ช่วยบำรุงสายตาและช่วยการมองเห็นในที่มืด ทำให้การเจริญและพัฒนาของเซลล์บุผิว กระดูก ฟัน
  • วิตามินบี 5 (D-Panthenol 3 mg) ป้องกันการเกิดการผิดปกติของผิวหนังการสร้างฮอร์โมนและประสาท โลหิตจาง
  • วิตามินบี 6 (Pyridoxine Hydrochloride 2.43 mg) ช่วยการผลิตสารสื่อประสาท ช่วยกระบวนในการสร้างเม็ดเลือดแดง
  • วิตามินบี 1 (Thiamine Hydrochloride 1.68 mg) ช่วยเจริญอาหาร ป้องกันไม่เกิดการเหน็บชาและช่วยในการเปลี่ยนแปลงของพวกแป้งและน้ำตาล
  • วิตามินบี 2 (Riboflavin 1.50 mg) ป้องกันการเกิดโรคปากและลิ้นอักเสบทำให้ร่างกายเจริญเติบโตรักษาสุขภาพของผิวหนังและระบบประสาท
  • วิตามินบี 12 (Cyanocobalamin 0.002 mg) ป้องกันโรคโลหิตจางทำให้ระบบประสาททำงานปกติ
  • วิตามินดี 3 (Dry Vitamin D3 0.002 mg) มีความสำคัญในการสร้างกระดูกและฟันและช่วยการเจริญเติบโต



ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก
mamarine kids : ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารผสมวิตามินชนิดน้ำรสส้ม สำหรับเด็ก
เพื่อการเจริญเติบโตที่แข็งแรงสมวัย ทั้งร่างกายและความคิด “เข้มข้น รสส้ม ทานง่าย ไม่คาว”


[/center]

คุณประโยชน์ MAMARINE KIDS® Omega3 Plus MTV with Lysine Forte
  • DHA Omega-3 ในน้ำมันปลาสูง ช่วยบำรุงสมอง (น้ำมันปลานำเข้าจาก ประเทศ ไอซ์แลนด์ (ICELAND)
  • Lysine สูง ช่วยการเจริญเติบโต เพิ่มความอยากอาหาร
  • L-Glutamine เป็นส่วนช่วยสร้าง Growth Hormone ช่วยการเจริญเติบโตของร่ายกาย
  • MTV วิตามินรวม ช่วยบำรุงร่ายกาย
  • MAMARINE KIDS® Omega 3 ไม่มีน้ำตาล ไม่ทำให้อ้วน
  • มีรสส้ม หวาน หอม ไม่คาว มีกลิ่นน้ำมันปลาอ่อนๆ

สำหรับท่านใดสนใจสั่งซื้อสินค้า สามารถสอบถามได้ที่

ร้านขายยาใกล้บ้านท่าน

Facebook Fanpage :www.facebook.com/mamarinethailand

Line@ : @mamarinethailand


(คลิ๊ก : http://line.me/ti/p/%40mamarinethailand)


Lazada :https://bit.ly/2jJSSbn

นอกจากนี้ MAMARINE THAILAND ยังมีข้อมูลสินค้า ข่าวสาร กิจกรรม บทความที่เป็นประโยชน์
ที่มีการอัพเดทข้อมูลเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลาที่ทางเว็ปไซด์ www.mamarinethailand.com


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 11, 2018, 03:45:20 PM โดย monapan478 »