รับทำseoราคาถูก, รับโปรโมทเว็บไซต์, รับดันอันดับเว็บไซต์, รับทำเว็บไซต์, ออกแบบเว็บไซต์ราคาถูก, รับประกันติดgoogle
รับทำSEOราคาถูก รับโปรโมทเว็บราคาถูก รับโพสเว็บราคาถูก รับจ้างโฆษณาสินค้าราคาถูก

อุปกรณ์ออกบูธ, บูธสำเร็จรูป

รับทำseoราคาถูก, รับดันอันดับเว็บ, รับโปรโมทเว็บราคาถูก บ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป บ้านผลบอล, บอลวันนี้, วิเคราะห์บอล, ทีเด็ดบอล ตัดต่อสายพานลำเลียง โรงงานรับผลิตเครื่องสำอาง Coffee Like กาแฟ วัวชน คนสู้

ไทรเกาหลี, ขายต้นไทรเกาหลี รถเช่ากรุงเทพ, เช่ารถกรุงเทพ บ้านน็อคดาวน์, ขายบ้านน็อคดาวน์, รับออกแบบบ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป รับจ้างโพสต์เว็บ รับโพสเว็บ โปรโมทเว็บ โฆษณาสินค้า ราคาถูก บ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป ตอกเสาเข็ม, ขายเสาเข็ม, ขายแผ่นพื้น, ปั้นจั่น, รับผลิตเสาเข็ม

ไนโตรเจนเหลว สีย้อมผ้า รับผลิตลิปสติก, รับผลิตสบู่ รับติดป้ายแบนเนอร์ ป้ายโฆษณา เตียงเหล็ก รับติดป้ายแบนเนอร์ ป้ายโฆษณา

ยาดม รับทำรั้ว แพแอร์กาญจนบุรี รับติดป้ายแบนเนอร์ ป้ายโฆษณา  รับทาสี รับติดป้ายแบนเนอร์ ป้ายโฆษณา

ผู้เขียน หัวข้อ: อะไรที่ทำให้่ Web Server Hosting ล่ม!!!  (อ่าน 89 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

somrudeek69

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 8
    • ดูรายละเอียด
อะไรที่ทำให้่ Web Server Hosting ล่ม!!!
« เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2018, 01:39:48 PM »
รับทำSEOราคาถูก รับโปรโมทเว็บราคาถูก รับโพสเว็บราคาถูก รับจ้างโฆษณาสินค้าราคาถูก

Permalink: อะไรที่ทำให้่ Web Server Hosting ล่ม!!!
อะไรที่ทำให้่ เกิดปัญหา Web Server Hosting ล่ม ? ใช้ Web Server ตัว Top ไม่ได้แปลว่า Web จะไม่ล่มนะ
สาเหตุที่ทำให้่ web hosting/Server ของคุณล่ม
Server Down, web hosting Problem
โลกแตกทันทีเมื่อ Web Site ของบริษัทคุณล่ม, ลองคิดถึงสถาณการณ์เหล่านี้ดู

    1.คุณต้อง Present บริษัท โดย ต้องเปิดเว็บไซต์บริษัทคุณ เพื่อนำเสนองาน แต่ เว็บล่ม
    2.เว็บไซต์ เป็น สื่อหลัก สื่อหนึ่ง ของบริษัทคุณ เพื่อใช้ในการโปรโมทให้ลูกค้า แต่ เว็บล่ม
    3.จ่ายค่าโฆษณาเว็บเป็นแสน แต่เอาเข้าจริง คนที่เข้ามาดู ดูไม่ได้ เพราะเว็บล่ม
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เลือกตลก แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง แล้ว ทำให้ธุรกิจของคุณเสียหาย เป็น วงกว้าง คุณควรใส่ใจในการเลือกผู้ให้บริการ web hosting ของคุณก่อนดีมั้ย



ปัญหาสุดแสนจะคลาสสิก คือ ไฟดับ, โดยปกติแล้ว web hosting ที่มีมาตรฐานจะต้องถูกตั้งไว้ในห้อง Datacenter ซึ่งจะมีอุปกรณ์สำรองไฟที่พอจะเลี้ยงตัว Server ได้ประมาณ 30 นาที – 1 วัน ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของเครื่องสำรองไฟ, แต่หาก web hosting ของคุณไม่ได้มีระบบสำรองไฟ ก็ไม่ต่างอะไร กับ การที่คุณอยู่บ้าน แล้ว เปิดพัดลม ไม่ได้เพราะไฟดับ กว่าจะ เปิดได้ ก็แล้วแต่ดวง ว่าเค้าซ่อมเสร็จเมื่อไหร่ แล้ว คุณจะปล่อยให้เว็บไซต์บริษัท เป็นไปตามดวงหรอ

ปัญหาไฟดับ ทำให้ เว็บไซต์ของบริษัท คุณล่มได้

คอมพิวเตอร์ใช้งานที่บ้านยังต้อง Restart เครื่อง แล้ว Server มันก็ต้อง Restart เหมือนกัน ซึ่งช่วงระยะเวลา Restart เครื่อง Server ก็ทำให้เว็บล่มได้ ประมาณ 5-10 นาที

รถยังต้องมีเอาไปเช็คระยะ แล้ว Server มันก็ต้องมีการปิดปรับปรุง (Maintenance) เพื่อปรับค่าแก้ไขให้มันทำงานได้ดี แต่ถ้า อยู่ดีๆ ปิด Server ไปเป็นชั่วโมง เพื่อ ทำการ Maintenance แล้วผู้ใช้งาน Web Hosting ไม่รู้เรื่อง ก็เรื่องใหญ่นะ ดังนั้นผู้ให้บริการ Web Hosting ต้องมีการแจ้งลูกค้า และ กำหนดวันเวลาที่จะทำการ Maintenance อย่างชัดเจน

คอมบ้านๆ อย่างเรายังมีไวรัส แล้ว Web Server จะเหลือหรอ, มีหลายๆคนคิดว่า Web Server คือ ระบบที่อยู่อย่างอมตะ ไม่มีไวรัส, แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความเสี่ยงมันก็เท่าๆ กับคอมพิวเตอร์ที่เราใช้กันอยู่นี่แหละ ถ้าผู้ให้บริการ ป้องกันได้ไม่ดี อาจจะทำให้ล่มไม่พอ ข้อมูลสูญหายไปเลยทีเดียว

ยามยังมีเผลอหลับ แล้ว วิศวกรก็เป็นคน มันก็ต้องมีเผลอ ง่วง กดผิดกดถูกกันบ้างหากไม่ระวัง ซึ่งอาจจะทำให้ระบบเกิดความเสียหายได้ และ เว็บไซต์ล่มได้่ ดังนั้น ต้องเลือกผู้ให้บริการ web hosting ที่มีมาตรฐาน

การวิเคราะห์ ประเภทของปัญหา และ อัตราการ Downtime (ล่ม)

 

ใช้ Web Server ตัว Top ไม่ได้แปลว่า Web จะไม่ล่มนะ
กลับมาอีกครั้ง หลังจากไม่ได้เขียนบทความมานานมาก (จริงๆ คือดองไว้ เขียนไม่จบซักเรื่อง 😐) รอบนี้จะเขียนเรื่องใกล้ตัวบ้างนะครับ เชื่อว่าหลายๆคนที่หลงเข้ามาอ่าน น่าจะรู้จักกับคำว่า “เว็บล่ม” แน่ๆ ก่อนที่จะไปไกลกว่านี้ ขออณุญาตแจกแจงก่อนว่า องค์ประกอบของเว็บนั้นมีอะไรบ้าง



สิ่งที่เรียกว่าเว็บ
Hardware Server
Software Server (Apache, Nginx, MySQL)
Data
Network
User
นี่คือส่วนประกอบหลักๆ นะครับ ในบทความนี้จะพยายามเล่าให้เห็นภาพว่า แต่ละส่วนมีความสำคัญในตัวเองอย่างไร ทำงานร่วมกับส่วนอื่นๆอย่างไร และแนวทางการทำเว็บให้ไว จะทำอะไรได้บ้างครับ

 

Hardware Server


อันนี้ค่อนข้างตรงตัวครับ มันก็เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนึงนี่แหละ ที่อาจจะมีส่วนประกอบอะไรบางอย่าง ที่มีคุณสมบัติพิเศษกว่าอุปกรณ์ทั่วไป เช่น Hot Swap (เปลี่ยนอุปกรณ์ได้โดยไม่ต้องปิดเครื่อง) เป็นต้น

แต่… มีใครไปซื้อเครื่องเซิร์ฟเวอร์มาแล้วทำเองบ้าง ถ้าไม่นับกลุ่มคนที่ทำงานเฉพาะทาง หรือกลุ่มที่ทำ Hosting ก็น่าจะนับคนได้สบายๆ เพราะยุกที่ผ่านมา เราก็ใช้บริการเว็บ Hosting กัน หรือถ้าปัจจุบันหน่อยก็ใช้ Cloud กันแล้ว ไม่ว่าจะเป็น AWS, Azure, Digital Oceans และอีกมากมาย

ฉะนั้นคำถามที่จะเกิดขึ้นในหัวของทุกคน น่าจะเป็น

แล้วจะต้องใช้เครื่องขนาดไหน หรือใช้ Cloud ขนาดไหน ถึงจะเหมาะ?
ตอนนี้ยังไม่มีคำตอบตายตัวครับ เพราะมันขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นอีกมาก

 

Software Server
สำหรับ Software Server นั้น แทบจะนับได้ว่าเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดเลย (ในความคิดผมนะ) เพราะหากเราทั้งค่าได้อย่างถูกต้อง และใช้งานได้เหมาะสมกับงานที่เราอยากจะทำ Software Server จะสามารถทำงานได้ดี แม้ว่าจะทำงานบน Hardware ที่มีสมรรถนะที่ไม่สูงมาก

ในกรณีของเว็บ ผมขอแบ่ง Software Server ให้แยกย่อยได้อีก คือ Web Server และ Database Server

 

Web Server
ถ้าพูดถึงภาษาที่ใช้ในการพัฒนาเว็บ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก คงหนีไม่พ้น PHP แน่ๆ และนี่จึงทำให้ httpd ของ Apache ดังระเบิดสุดๆ (ไม่ว่าจะ Appserv, WAMP, XAMP ก็ใช้ httpd นี่แหละ) แต่เมื่อไม่นานมานี้ ก็ได้มีคนกลุ่มหนึ่ง บอกว่า httpd มันยังดีไม่พอ อยากได้อะไรที่ดีกว่านี้ พวกเขาจึงได้สร้าง nginx (อ่านว่า engine x) ออกมา โดยเครมว่าไวกว่า httpd แน่ๆ ในหลายกรณี



Database Server
ถ้าพูดถึงเรื่องฐานข้อมูล คงไม่มีคนที่ไม่รู้จัก MySQL แน่ๆ จะด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้ (นอกจากฟรี) MySQL น่าจะเป็นฐานข้อมูล ที่ดังมากๆ น่าจะดังที่สุดในโลกด้วยซ้ำไป

MySQL นั้นจัดอยู่ในกลุ่ม Schema นั่นคือข้อมูลจะต้องมีโครงสร้างแน่นอน เช่นถ้าบอกว่าจะเก็บข้อมูลเป็นตัวเลข ก็จะเก็บได้แต่ตัวเลข จะเอาตัวหนังสือไปใส่ไม่ได้ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่ง คือ Non-schema หรือที่ชอบเรียกกันว่า No-SQL กลุ่มนี้ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาที่กลุ่ม Schema แก้ได้ยาก หรือแก้ไม่ได้

 User
มาถึงองค์ประกอบสุดท้ายครับผู้ใช้ของเราครับ องค์ประกอบนี้ส่งผลกับองค์ประกอบก่อนหน้านี้มากครับ เช่น ถ้าผู้ใช้เรามีจำนวน 100 แต่ Server เรามีสมรรถนะระดับเดียวกับ Google อันนี้ก็ดู Server จะเกินตัวไป หรืออีกกรณีคือ เรามีผู้ใช้จำนวนเท่าๆกับ Hi5 (เกิดทันเนอะ) แต่ Server เรามีสมรรถนะระดับเดียวกับโรงเรียนอนุบาลหมีน้อย … (นึกภาพออกนะ)

Data
สำหรับองค์ประกอบนี้ ก็สำคัญไม่แพ้กัน กับ Software server เลยครับ ในกลุ่มนี้ ผมจะขอเหมารวม ทั้งพวก ภาษาที่ใช้พัฒนา (Programing Language), โครงสร้างข้อมูล (Data Structure), ข้อมูลในฐานข้อมูล (Data) และเนื้อหา (Content) นะครับ

 

ภาษาที่ใช้พัฒนา (Programing Language)
การเลือกภาษาที่ใช้พัฒนาจะค่อนข้างผูกติดกับ Software Server มากๆ เช่น ถ้าเลือก PHP ก็ต้องใช้ httpd หรือ nginx เท่านั้น (จะใช้ IIS ก็ได้นะ แต่ไม่เคยเห็นใครใช้จริงๆ) หรือถ้าเลือก Java script ก็ต้อง node เท่านั้น เป็นต้น

 

โครงสร้างข้อมูล (Data Structure)
โครงสร้างข้อมูลผมจะหมายถึงข้อมูลที่เป็น Static เช่นรูปภาพ, ไฟล์วีดีโอ ข้อมูลพวกนี้มีพฤติกรรมการเรียกใช้ที่แตกต่างกันมาก ฉะนั้นจะไม่คิดถึงเรื่องพวกนี้ไม่ได้นะครับ

 

ข้อมูลในฐานข้อมูล (Data)
ตรงนี้แหละ ที่เหล่า Developer มักจะปวดหัวหนัก เพราะมีหลายเรื่องให้ต้องกังวลมากทั้งตั้งแต่การเริ่มพัฒนา ว่าจะใช้อะไรดี นอกจากนี้ ก็ยังเป็นส่วนที่ปรับเปลี่ยนได้ยากมาก หากงาน/ระบบ ทำงานไปจริงๆแล้ว

 Network
องค์ประกอบนี้ ผมจะหมายถึงระบบเครือข่าย Internet หรือ Intranet นั่นคือ ต่อให้เรามี Server มี Data แต่ถ้าเราไม่มี Network แล้วใครจะเข้ามาถึงงานเราได้? หรือหากว่า Network ที่เราใช้มันช้า ก็คงจะไม่มีใครอยากใช้งานเรา จริงมั้ย?



เนื้อหา (Content)
ตัวเนื้อหานี่ก็ไม่สามารถมองข้ามได้นะครับ เพราะเราต้องรู้ด้วยว่าสุดท้ายแล้วเราต้องการอะไร เช่น ถ้าเราต้องการเว็บแสดงข้อมูลสินค้า ที่ประกอบไปด้วย ภาพสินค้า รายละเอียดของสินค้า และราคา เราต้องมองให้ออกว่าผลลัพท์จะออกมาแบบไหน แล้วคิดย้อนกลับว่า ถ้าอยากได้ปลายทางแบบนั้น เราต้องออกแบบข้อมูลอย่างไร ออกแบบโครงสร้างข้อมูลอย่างไร และใช้ภาษาอะไร เพื่อให้ได้ผลลัพท์ตามที่เราต้องการ

 

แต่ถ้าหากเราคำนึงถึงเรื่อง Notwork ด้วย เช่น กลุ่ม User ของเราอยู่ประเทศแถวๆนี้ แต่เรามี Server ที่ดีมากๆ อยู่ที่อเมริกา จะดีกว่ามั้ย ถ้า Server เราอยู่ที่ ประเทศใกล้ อย่างสิงคโปร์
เกรินมายาวมากแล้ว มาเข้าเรื่องกันดีกว่า

เว็บล่ม
เว็บล่มนั่นแบ่งได้หลายแบบนะครับ ถ้ายึดตามองค์ประกอบที่กล่าวมา ก็เกิดได้ทุกจุดครับ

User พิมชื่อเว็บผิด 😩
Network ไม่ดี 😅
Data ผิด …
Software Server ทำงานผิดปกติ “Connection failed: …”
Hardware Server ทำงานผิดปกติ “HTTP 404 Not Found Error”
อยากให้เว็บไว ไม่ล่ม ทำได้มั้ย?
ได้ครับ ไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่ายนะ

จะขอแบ่งคำตอบออกเป็น 2 ส่วนนะครับ

อยากให้เว็บไว ไม่ล่ม “ไม่ยาก”
ทำตามกระบวนการปกติไปสิครับ

หา User ให้เจอ (องค์ประกอบ User)
ทำของให้ถูกใจและเหมาะกับ User (องค์ประกอบ Hardware Server, Software Server , Data และ Network)

 

อยากให้เว็บไว ไม่ล่ม “ไม่ง่าย”
“ใช้ของให้เป็นครับ”
ของที่ว่านั้นคือของที่ขึ้นอยู่กับเราครับ ได้แก่ Hardware Server, Software Server , Data และ Network ทั้ง 4 อย่างนี้ เรากำหนดเองได้

Network ก็ใช้พวก CDN เข้ามาช่วยได้ครับ ใช้ดีๆ ชีวิตสบายครับ (ตัวอย่างการทำ ลองดูได้ที่ รู้จักกับ Cloudflare พร้อมวิธีติดตั้ง HTTPS ให้กับเว็บแบบฟรี ๆ ไม่มีค่าใช้จ่าย)
Data เรื่องนี้ก็ตามประสบการณ์ของนักพัฒนาครับ Optimize กันให้สุดครับ (ตัวอย่างการทำ ลองดูได้ที่ ระบบ Auto Complete ที่อยู่ไทย อย่างที่มันควรเป็น) หรือจะเป็นเรื่องการเปลี่ยนมุมมองการทำงานจากการพึ่งพา Server ไปเป็น พึ่งพา Client แทน เช่น จากเดิมที่ต้อง Render หน้าเว็บที่ Server ก็แบ่งงานบางอย่างไปให้ Client ทำบ้าง โดยใช้ Java script ช่วย
Software Server อันนี้นอกจากจะต้องเลือกแล้ว ยังต้องปรับแต่งและดูแลรักษาเป็นด้วยนะครับ
Hardware Server ตามงบที่มีครับ จะทำเอง จะเช่า Hosting หรือจะใช้ Cloud แบบไหนก็ได้ครับ เอาที่สอดคล้องกับ Network, Data และ Software Server ครับเอาจริงๆ มันก็ไม่มีวิธีที่ตายตัวครับ ที่จะทำให้เว็บไว ไม่ล่ม จะต้องปรับใช้กันตามสภาพความสามารถ และกำลังเงินกันไปครับ
แต่ถึงจะบอกว่า ไม่มีวิธีที่ตายตัว แต่แนวทางมันก็ค่อนข้างชัดว่า ถ้าอยากให้เว็บเราเข้าใกล้คำว่า “เว็บไว ไม่ล่ม” สามารถทำได้จริงครับ

และที่สำคัญอย่าลืมทำ PageSpeed Insights นะครับ คำแนะนำที่ได้ สามารถใช้ได้จริงนะ

 

 

เรียบเรียงโดย: MCCONTENT  :)  :D

ที่มา: http://mzi-ads.com/hosting/%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%88-%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2/