รับทำseoราคาถูก, รับโปรโมทเว็บไซต์, รับดันอันดับเว็บไซต์, รับทำเว็บไซต์, ออกแบบเว็บไซต์ราคาถูก, รับประกันติดgoogle
รับทำSEOราคาถูก รับโปรโมทเว็บราคาถูก รับโพสเว็บราคาถูก รับจ้างโฆษณาสินค้าราคาถูก

อุปกรณ์ออกบูธ, บูธสำเร็จรูป

รับทำseoราคาถูก, รับดันอันดับเว็บ, รับโปรโมทเว็บราคาถูก บ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป บ้านผลบอล, บอลวันนี้, วิเคราะห์บอล, ทีเด็ดบอล ตัดต่อสายพานลำเลียง โรงงานรับผลิตเครื่องสำอาง Coffee Like กาแฟ วัวชน คนสู้

ไทรเกาหลี, ขายต้นไทรเกาหลี รถเช่ากรุงเทพ, เช่ารถกรุงเทพ บ้านน็อคดาวน์, ขายบ้านน็อคดาวน์, รับออกแบบบ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป รับจ้างโพสต์เว็บ รับโพสเว็บ โปรโมทเว็บ โฆษณาสินค้า ราคาถูก บ้านน็อคดาวน์, บ้านสำเร็จรูป ตอกเสาเข็ม, ขายเสาเข็ม, ขายแผ่นพื้น, ปั้นจั่น, รับผลิตเสาเข็ม

ไนโตรเจนเหลว สีย้อมผ้า รับผลิตลิปสติก, รับผลิตสบู่ รับติดป้ายแบนเนอร์ ป้ายโฆษณา เตียงเหล็ก รับติดป้ายแบนเนอร์ ป้ายโฆษณา

ยาดม รับทำรั้ว แพแอร์กาญจนบุรี รับติดป้ายแบนเนอร์ ป้ายโฆษณา  รับทาสี รับติดป้ายแบนเนอร์ ป้ายโฆษณา

ผู้เขียน หัวข้อ: เปาเอ็มวอชลิควิด ซักผ้าด้วยเครื่องให้สะอาด ผงซักฟอกสำหรับเครื่องฝาหน้า  (อ่าน 52 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

hoyun

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
    • ดูรายละเอียด
    • น้ำยาซักผ้า
รับทำSEOราคาถูก รับโปรโมทเว็บราคาถูก รับโพสเว็บราคาถูก รับจ้างโฆษณาสินค้าราคาถูก

Permalink: เปาเอ็มวอชลิควิด ซักผ้าด้วยเครื่องให้สะอาด ผงซักฟอกสำหรับเครื่องฝาหน้า
เครื่องใช้ไฟฟ้า ใช้อย่างไรให้ประหยัดพลังงานและเป็นวิธีการอนุรักษ์น้ำ
เครื่องซักผ้า
   เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการซักผ้าให้แห้ง ง่ายและรวดเร็วขึ้น ลักษณะการทำงานของเครื่องธรรมดาทั่วไป คือเปิดวาล์วน้ำให้เข้าเครื่อง นำเสื้อผ้าลงแช่ ใช้เปาเอ็มวอชลิควิดป้ายคราบสกปรกก่อนนำไปซักทุกครั้ง ใส่น้ำยาซักผ้า หรือผงซักฟอกสำหรับเครื่องฝาหน้ากรณีที่เป็นเครื่องฝาหน้า ฝาบนก็ใช้ตามปกติสูตรทั่วไป เปิดสวิทซ์ตั้งเวลาซักตามที่ต้องการให้เครื่องทำงาน ส่วนใหญ่จะใช้เวลาซักประมาณ 20 นาที เป็นอย่างมาก หลังจากนั้นผู้ซักสามารถนำผ้าไปตากได้เลย และการที่จะใช้เครื่องซักผ้าให้เกิดการประหยัดพลังงานและเป็นวิธีการอนุรักษ์น้ำไปในตัวควรปฏิบัติดังนี้
     1.แช่ผ้าก่อนเข้าเครื่อง : กรณีซักผ้าแบบธรรมดา ควรแช่ผ้าก่อนนำเข้าเครื่องอย่างน้อย 30 นาที จะทำให้เครื่องซักผ้าทำความสะอาดได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม
     2.ซักผ้าตามพิกัดของเครื่อง : จะใช้เครื่องซักผ้าก็ต่อเมื่อมีเสื้อผ้ามากพอเหมาะกับพิกัดและขนาดของ เครื่อง อย่าเดินเครื่องโดยไม่จำเป็น เช่น ซักเสื้อผ้าเพียง 1 -2 ตัวเท่านั้น และอย่าใส่เสื้อผ้าอัดแน่นจนเกินกำลังของเครื่อง
     3.ตากผ้ากับแสงอาทิตย์ดีกว่า : ไม่ควรซื้อเครื่องซักผ้าแบบที่มีเครื่องอบแห้งด้วยไฟฟ้า ควรใช้ราวแขวนผ้าตากให้แห้ง เครื่องอบผ้าใช้พลังงานสิ้นเปลืองมาก
หม้อหุงข้าวไฟฟ้า
     1.เลือกขนาดหม้อหุงข้าวให้เหมาะสมกับขนาดครอบครัว ถ้าจำนวนสมาชิก 1-2 คนใช้ขนาด 0.3-1 ลิตร ถ้าจำนวนสมาชิก3-6 คนใช้ขนาด 1-1.5 ลิตร ถ้าจำนวนสมาชิก 5-8 คนใช้ขนาด 1.6-2 ลิตร
     2.ควรหุงข้าวให้พอดีกับจำนวนผู้รับประทาน
     3.ควรถอดปลั๊กออกเมื่อข้าวสุกแล้ว
     4.อย่าทำให้ก้นหม้อตัวในเกิดรอยบุบ จะทำให้ข้าวสุกช้า
     5.หมั่นตรวจบริเวณแท่นความร้อนในหม้อ อย่าให้เม็ดข้าวเกาะติด จะทำให้ข่าวสุกช้าและเปลืองไฟ

 



เตารีดไฟฟ้า
เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทให้ความร้อน ซึ่งในการรีดแต่ละครั้งจะกินไฟมาก ดังนั้นจึงควรรู้จักวิธีใช้อย่างประหยัดและปลอดภัย และการที่จะใช้เตารีดไฟฟ้าให้เกิดการประหยัดพลังงานควรปฏิบัติดังนี้
     1.ตั้งปุ่มปรับความร้อนให้เหมาะสมกับชนิดของผ้า
     2.ไม่ควรพรมน้ำจนแฉะเวลารีดผ้า เพราะต้องใช้ความร้อนในการรีดมากขึ้น เสียพลังงาน มากขึ้น เสียค่าไฟเพิ่มขึ้น
     3.ควรรีดผ้าคราวละมากๆ ติดต่อกันจนเสร็จ
     4.ควรเริ่มรีดผ้าบาง ๆ ก่อน ขณะเตารีดยังไม่ร้อน
     5.ดึงปลั๊กออกก่อนการรีดเสื้อผ้าเสร็จ ประมาณ 2-3 นาที แล้วรีดต่อไปจนเสร็จ
     6.ควรซักและตากผ้าโดยไม่ต้องบิด จะทำให้รีดง่ายขึ้น
     7.ลด ละ เลี่ยง การใส่เสื้อสูท เพราะไม่เหมาะสมกับสภาพอากาศเมืองร้อน สิ้นเปลืองการตัด ซัก รีด และความจำเป็นในการเปิดเครื่องปรับอากาศ

 



กระติกน้ำร้อนหรือกาต้มน้ำไฟฟ้า
    เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ประโยชน์ในการต้มน้ำให้ร้อนเพื่อใช้ดื่ม และจัดเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าสูงตัวหนึ่งเช่นเดียวกับ เตารีดไฟฟ้า โดยอาศัยหลักการทำงานเดียวกันคือ ให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวดความร้อนที่อยู่ภายในอุปกรณ์ แล้วนำความร้อนนั้นไปใช้ประโยชน์
     1.ควรเลือกซื้อรุ่นที่มีฉนวนกันความร้อนที่มีประสิทธิภาพ
     2.ใส่น้ำให้พอเหมาะกับความต้องการหรือไม่สูงกว่าระดับที่กำหนดไว้ เพราะนอกจากจะไม่ประหยัดพลังงานแล้ว ยังก่อให้เกิดความเสียหายต่อกระติกอีกด้วย
     3.ถอดปลั๊กเมื่อเลิกใช้น้ำร้อนแล้ว เพื่อลดการสิ้นเปลืองพลังงาน ไม่ควรเสียบปลั๊กตลอดเวลาถ้าไม่ต้องการใช้น้ำแล้ว แต่ถ้าหากมีความต้องการใช้น้ำร้อนเป็นระยะๆ ติดต่อกัน เช่น ในสถานที่ทำงานบางแห่งที่มีน้ำร้อนไว้สำหรับเตรียมเครื่องดื่มต้อนรับแขก ไม่ควรดึงปลั๊กออกบ่อยๆ เพราะทุกครั้งเมื่อดึงปลั๊กออกอุณหภูมิของน้ำจะค่อยๆ ลดลง กระติกน้ำร้อนไม่สามารถเก็บความร้อนได้นาน เมื่อจะใช้งานใหม่ก็ต้องเสียบปลั๊กและเริ่มทำการต้มน้ำใหม่ เป็นการสิ้นเปลืองพลังงาน
     4.ไม่ควรเสียบปลั๊กตลอดเวลา ถ้าไม่ต้องการใช้น้ำร้อนแล้ว
     5.อย่านำสิ่งใดๆ มาปิดกั้นช่องไอน้ำออก
     6.ไม่ควรตั้งไว้ในห้องที่มีการปรับอากาศ

เพียงประหยัดไฟฟ้าจากการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าให้ถูกหลักแล้ว ก็สามารถประหยัดพลังงานได้มากกว่าที่คุณคิด.